รถติดไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่คือปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ เพราะในแต่ละวันคนกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ต้องเสียเวลากับปัญหารถติดเฉลี่ยมากกว่า 1 - 2 ชั่วโมงต่อวัน ถือเป็นอุปสรรคหลักต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน
ในบทความนี้ Kiattana Transport จะพาไปเจาะลึกในยุคที่การขนส่งและโลจิสติกส์มีบทบาทสำคัญต่อทุกอุตสาหกรรม “ระบบขนส่งราง” ไม่ใช่การเดินทางของคนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงระบบโลจิสติกส์ที่ตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งสังคม ธุรกิจ และสิ่งแวดล้อมให้กับสังคมไทยในระยะยาว
ระบบขนส่งทางราง เช่น รถไฟฟ้า, รถไฟทางคู่, รถไฟความเร็วสูง และระบบขนส่งสินค้า (Rail Freight) เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถขนส่งคนและสินค้าได้จำนวนมากในครั้งเดียว
การใช้ระบบรางขนส่งสินค้าระหว่างเมือง ช่วยลดจำนวนรถบรรทุกวิ่งบนท้องถนน ลดปริมาณควันไอเสีย ลดแรงกดดันบนระบบทางหลวง ซึ่งส่งผลให้การเดินทางของทุกคนในเมืองเร็วขึ้นและปลอดภัยขึ้น
ปัจจุบันผู้ให้บริการโลจิสติกส์ มีศักยภาพในการจัดการขนส่งแบบครบวงจร เช่น ขนส่งของเหลว ขนส่งวัตถุอันตราย ระบบสินค้า และการจัดการโลจิสติกส์แบบ End-to-End แต่เมื่อใช้ระบบรางร่วมกับการขนส่งสินค้าปริมาณมาก เช่น วัตถุดิบจากโรงงานหรือสินค้าส่งออกสามารถลดจำนวนเที่ยวรถบรรทุก กระจายความแออัดบนถนน เพิ่มความปลอดภัยในการขนส่ง และช่วยให้การจัดการโลจิสติกส์มีประสิทธิภาพสูงสุด
การใช้ระบบผสมผสาน (Multimodal Transport) ช่วยให้ธุรกิจได้ประโยชน์สูงสุดทั้งความเร็วและความคุ้มค่า
โลจิสติกส์ระบบรางมีประสิทธิภาพในการขนส่งระยะไกล โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมต่อกับท่าเรือ ศูนย์กระจายสินค้า พื้นที่อุตสาหกรรม ช่วยลดค่าเชื้อเพลิง ลดค่าแรงงาน ลดความสูญเสียจากความล่าช้า เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ
โลจิสติกส์ระบบรางที่ใช้พลังงานไฟฟ้า และเส้นทางตายตัว ย่อมปล่อยมลพิษต่ำกว่าการขนส่งทางถนน ลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ลดฝุ่นละออง PM2.5 ปรับปรุงอากาศในเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพคนเดินทางและภาพลักษณ์องค์กรด้าน ESG
ระบบรางเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบโลจิสติกส์ ที่เชื่อมต่อศูนย์กระจายสินค้า ตลาดในเมือง โรงงาน และคลังสินค้า เช่น การเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้ากับศูนย์กระจายสินค้าแบบอัตโนมัติลดเวลารอคอยและต้นทุนแรงงาน ส่งผลให้ Supply Chain มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ระบบรางมีมาตรฐานปลอดภัยสูงกว่าเมื่อเทียบกับการขนส่งบนถนน โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สินค้าอันตราย ซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของผู้ใช้บริการโลจิสติกส์มีมาตรฐาน ISO และระบบควบคุมคุณภาพอย่างเคร่งครัด
เมื่อระบบรางเข้ามาเชื่อมกับกิจกรรมโลจิสติกส์ของประเทศ ส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เชื่อมต่อสถานี สร้างโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการท้องถิ่น เพิ่มงานด้านคลังสินค้าและกระจายสินค้า ทั้งในเรื่องงานขนส่งบนถนนและงานระบบรางเอง
สถานีบ้านกระโดนถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการรวบรวมสินค้าจากโซนโคราชและจังหวัดใกล้เคียง การให้บริการเส้นทางนี้มุ่งเน้นการส่งออกสินค้าจากโรงงานแปรรูป สินค้าเกษตร หรือสินค้าอุตสาหกรรมหนัก สู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อย่างมาบตาพุดด้วยความรวดเร็ว
ด้วยศักยภาพของสถานีชุมทางบัวใหญ่ที่เป็นจุดตัดรถไฟทางคู่ เส้นทางนี้จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจที่ต้องการลำเลียงสินค้าปริมาณมาก (Bulk Cargo) เข้าสู่โรงกลั่นหรือท่าเรือในระยอง โดย Kiattana พร้อมบริหารจัดการแบบไร้รอยต่อ
Q: ระบบขนส่งทางรางช่วยลดรถติดได้อย่างไร?
A: ระบบรางสามารถขนส่งคนและสินค้าได้จำนวนมากในครั้งเดียว ช่วยลดจำนวนรถยนต์และรถบรรทุกบนถนน ทำให้การจราจรคล่องตัวมากขึ้น
Q: โลจิสติกส์ระบบรางเหมาะกับธุรกิจประเภทใด?
A: เหมาะกับธุรกิจอุตสาหกรรม โรงงาน ผู้ส่งออก และธุรกิจที่ต้องขนสินค้าปริมาณมากในระยะไกล
Q: ระบบรางช่วยลดต้นทุนได้จริงหรือไม่?
A: ช่วยลดค่าเชื้อเพลิง แรงงาน และความล่าช้า ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์โดยรวมลดลงในระยะยาว
Q: ธุรกิจควรเลือกใช้ระบบรางอย่างเดียวหรือไม่?
A: ไม่จำเป็น ควรใช้ร่วมกับขนส่งทางถนนในรูปแบบ Multimodal Transport เพื่อความยืดหยุ่นและคุ้มค่าสูงสุด
Q: ระบบรางส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร?
A: ระบบรางปล่อยมลพิษต่ำ ลด CO₂ และ PM2.5 ช่วยรักษาคุณภาพอากาศและสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การพัฒนาระบบขนส่งทางรางไม่เพียงลดปัญหาการจราจรบนถนนแต่ยังเชื่อมโยงกับอุปทานและโลจิสติกส์ของประเทศอย่างเป็นระบบทำให้ลดการใช้รถบรรทุกบนถนน ลดต้นทุนการขนส่ง เพิ่มประสิทธิภาพของ Supply Chain ช่วยลดมลพิษและภาวะโลกร้อน ส่งเสริมเศรษฐกิจและการจ้างงาน โดยเฉพาะเมื่อบริษัทโลจิสติกส์อย่าง บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด ปรับตัวให้ตอบโจทย์ยุคของขนส่งที่รวมทั้งทางบก ทางราง และคลังสินค้าเข้าด้วยกัน
สนใจติดต่อ:
โทร: 02-501-7330
Email: marketing@kiattana.co.th